331 Silom Rd, Bangrak, Bangkok

10.00AM - 06.00PM MONDAY TO FRIDAY

FOLLOW US:

DROP US A EMAIL:

info@totalnoms.com

ANY QUESTIONS? CALL US:

+ 66 2 235-1918

การทอดให้กรอบ
23, May 2025
แนะนำเทคนิคการทอดให้กรอบนานโดยไม่อมน้ำมัน

การทอดเป็นหนึ่งในวิธีการปรุงอาหารยอดนิยมที่ให้รสสัมผัสกรอบอร่อยและสีสันน่ารับประทาน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายคนมักเจอคืออาหารที่ทอดออกมาไม่กรอบนาน หรือที่แย่กว่านั้นคือการที่อาหารอมน้ำมัน ทำให้เลี่ยนและไม่อร่อย ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยเทคนิคการทอดที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้อาหารทอดที่กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน และคงความอร่อยได้ยาวนานขึ้น

1. การเลือกน้ำมันที่เหมาะสม

ปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดคือ การเลือกใช้น้ำมันที่มีจุดเกิดควัน (Smoke Point) สูง น้ำมันที่มีจุดเกิดควันสูง เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนล่า หรือน้ำมันปาล์ม จะทนต่อความร้อนได้ดี ไม่แตกตัวง่ายเมื่อโดนความร้อนสูง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่น้ำมันจะซึมเข้าไปในอาหาร ในทางกลับกัน หากใช้น้ำมันที่มีจุดเกิดควันต่ำ เช่น น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil) น้ำมันจะไหม้ง่ายและทำให้อาหารมีกลิ่นเหม็นไหม้และอมน้ำมันได้

2. อุณหภูมิน้ำมันที่ “พอเหมาะ” และ “คงที่”

นี่คือหัวใจสำคัญของการทอดให้กรอบนานและไม่อมน้ำมัน อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการทอดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170-180 องศาเซลเซียส หากน้ำมันเย็นเกินไป อาหารจะใช้เวลานานในการสุกและดูดซับน้ำมันเข้าไปมาก ในทางกลับกัน หากน้ำมันร้อนเกินไป ผิวด้านนอกของอาหารจะไหม้ก่อนที่ด้านในจะสุก และอาหารก็ยังคงอมน้ำมันได้เช่นกัน

การรักษา อุณหภูมิน้ำมันให้คงที่ ตลอดการทอดเป็นสิ่งสำคัญ การใส่ส่วนผสมจำนวนมากพร้อมกันจะทำให้อุณหภูมิน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาหารอมน้ำมัน ดังนั้น ควรแบ่งทอดเป็นชุดเล็ก ๆ เพื่อให้น้ำมันกลับมามีอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่เสมอ การใช้เทอร์โมมิเตอร์สำหรับอาหารจะช่วยให้คุณควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ

3. เตรียมวัตถุดิบให้แห้งสนิท

ความชื้นเป็นศัตรูของการทอดที่กรอบ ก่อนการทอด ควรมั่นใจว่าวัตถุดิบที่คุณจะทอดนั้นแห้งสนิทที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก หรือแป้ง หากมีน้ำติดอยู่ น้ำจะเปลี่ยนเป็นไอน้ำเมื่อสัมผัสกับน้ำมันร้อน ๆ ทำให้เกิดฟองอากาศและลดอุณหภูมิน้ำมันลง ส่งผลให้อาหารอมน้ำมันและไม่กรอบ การซับน้ำออกจากวัตถุดิบด้วยกระดาษทิชชูสำหรับอาหารเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

4. การใช้แป้งและสารเคลือบที่เหมาะสม

การเคลือบอาหารด้วยแป้งก่อนทอดเป็นเทคนิคที่ช่วยสร้างชั้นกรอบนอกที่น่ารับประทาน แป้งที่นิยมใช้ได้แก่ แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวโพด หรือแป้งทอดกรอบสำเร็จรูป สำหรับบางเมนู การใช้แป้งผสมกับน้ำเย็นจัดหรือโซดาเย็นจัดจะช่วยให้ได้แป้งที่เบาและกรอบฟูยิ่งขึ้น การเคลือบแป้งควรบางและสม่ำเสมอ ไม่หนาจนเกินไป เพราะแป้งที่หนาเกินไปอาจทำให้สุกยากและอมน้ำมันได้

5. เทคนิคการทอดสองครั้ง (Double Frying)

สำหรับอาหารบางชนิด เช่น เฟรนช์ฟรายส์ หรือไก่ทอด การทอดสองครั้งเป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มความกรอบและลดการอมน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม:

  • ทอดครั้งที่ 1 (Blanching): ทอดที่อุณหภูมิต่ำกว่า (ประมาณ 150-160 องศาเซลเซียส) เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อให้วัตถุดิบสุกทั่วถึงด้านใน แต่ยังไม่กรอบมาก จากนั้นนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมันและคลายความร้อน
  • ทอดครั้งที่ 2 (Crisping): เพิ่มอุณหภูมิน้ำมันให้สูงขึ้น (ประมาณ 180-190 องศาเซลเซียส) แล้วนำวัตถุดิบลงทอดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว การทอดในครั้งที่สองนี้จะช่วยไล่ความชื้นที่เหลืออยู่ออกจากผิวด้านนอก ทำให้อาหารกรอบจัด และน้ำมันจะถูกไล่ออกไปแทนที่อากาศ ทำให้ไม่อมน้ำมัน

6. การพักอาหารหลังทอด

เมื่อทอดเสร็จแล้ว การพักอาหารให้สะเด็ดน้ำมัน เป็นสิ่งสำคัญ ห้ามวางอาหารที่ทอดเสร็จแล้วลงบนกระดาษทิชชูที่วางซ้อนกันเป็นปึก หรือจานแบน ๆ ทันที เพราะไอน้ำร้อน ๆ ที่ออกมาจากอาหารจะถูกกักเก็บไว้ ทำให้ผิวสัมผัสที่กรอบนิ่มลงและอมน้ำมันมากขึ้น ควรวางอาหารบนตะแกรงที่มีกระดาษซับน้ำมันรองอยู่ด้านล่าง เพื่อให้น้ำมันส่วนเกินหยดลงไป และอากาศสามารถถ่ายเทได้รอบทิศทาง ช่วยให้อาหารคงความกรอบได้นานขึ้น

สรุป

การทอดอาหารให้กรอบนานและไม่อมน้ำมันไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่การเลือกน้ำมัน การควบคุมอุณหภูมิ การเตรียมวัตถุดิบ การใช้แป้ง ไปจนถึงเทคนิคการทอดและการพักอาหาร ด้วยเทคนิคเหล่านี้ คุณจะสามารถรังสรรค์เมนูทอดที่อร่อย กรอบน่ารับประทาน และดีต่อสุขภาพมากขึ้นได้อย่างแน่นอน

Sorry, no related posts found.