331 Silom Rd, Bangrak, Bangkok

10.00AM - 06.00PM MONDAY TO FRIDAY

FOLLOW US:

DROP US A EMAIL:

info@totalnoms.com

ANY QUESTIONS? CALL US:

+ 66 2 235-1918

ขนมอบกรอบนอก
10, Feb 2025
เผยเคล็ดลับขนมอบกรอบนอกนุ่มใน ด้วยเทคนิค Double Baking สุดปัง!

ใครๆ ก็หลงรักขนมอบที่มีผิวสัมผัสกรุบกรอบ แต่ภายในกลับนุ่มละมุนลิ้น เทคนิค “Double Baking” หรือการอบสองครั้ง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณสร้างสรรค์ขนมอบแสนอร่อยนี้ได้เองที่บ้าน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงหลักการ วิธีการ และเคล็ดลับต่างๆ ในการใช้เทคนิค Double Baking เพื่อยกระดับขนมอบของคุณให้เหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม

Double Baking คืออะไร? ทำไมถึงพิเศษ?

Double Baking เป็นกระบวนการอบขนมสองขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือการอบตามปกติจนขนมสุกได้ที่ แต่ยังไม่ถึงกับมีสีน้ำตาลสวยงามหรือผิวกรอบ จากนั้นจึงนำขนมที่อบรอบแรกมาพักให้เย็นสนิท แล้วนำกลับไปอบอีกครั้งด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่าเดิม เป็นระยะเวลานานขึ้น

ความพิเศษของเทคนิคนี้อยู่ที่การควบคุมความชื้นภายในขนม ในการอบครั้งแรก ความร้อนจะทำให้โครงสร้างของขนมเซ็ตตัวและน้ำส่วนใหญ่ระเหยออกไป เมื่อพักให้เย็น โครงสร้างนี้จะแข็งแรงขึ้น และเมื่อนำกลับไปอบครั้งที่สองด้วยอุณหภูมิต่ำ ความร้อนจะค่อยๆ ดึงความชื้นที่เหลืออยู่ออกไปอย่างช้าๆ ทำให้ผิวขนมแห้งและกรอบอย่างทั่วถึง ในขณะที่ภายในยังคงความนุ่มชุ่มชื้นอยู่

ขนมอบชนิดใดบ้างที่เหมาะกับเทคนิค Double Baking?

เทคนิค Double Baking เหมาะกับขนมอบหลากหลายชนิด โดยเฉพาะขนมที่มีความหนา หรือต้องการผิวสัมผัสที่กรอบเป็นพิเศษ ตัวอย่างขนมที่นิยมใช้เทคนิคนี้ ได้แก่:

  • บิสกิตและสโคน: ช่วยให้ได้ผิวที่กรอบร่วน และเนื้อในที่นุ่มฟู
  • เฟรนช์ฟรายและมันฝรั่งอบ: ทำให้ได้ผิวที่กรอบนาน ไม่อมน้ำมัน และเนื้อในที่นุ่ม
  • ขนมปังบางชนิด: เช่น บิสกิตขนมปังกรอบ (Biscotti) ที่ต้องการความกรอบเป็นพิเศษ
  • กราโนล่าและธัญพืชอบกรอบ: ช่วยให้ส่วนผสมต่างๆ เกาะตัวกันดีและมีความกรอบสม่ำเสมอ

ขั้นตอนการทำ Double Baking อย่างละเอียด

  1. เตรียมส่วนผสมและอบครั้งแรก: เตรียมส่วนผสมของขนมตามสูตรที่คุณต้องการ จากนั้นนำเข้าอบตามอุณหภูมิและเวลาที่สูตรกำหนด โดยสังเกตว่าขนมสุกได้ที่ แต่ยังไม่ถึงกับมีสีน้ำตาลเข้มหรือผิวกรอบมากนัก
  2. พักให้เย็นสนิท: เมื่ออบครั้งแรกเสร็จแล้ว นำขนมออกจากเตาและพักบนตะแกรงจนเย็นสนิท การพักให้เย็นเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้โครงสร้างของขนมแข็งแรงขึ้น
  3. อบครั้งที่สอง: เมื่อขนมเย็นสนิทแล้ว วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิต่ำกว่าการอบครั้งแรก (โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 120-160 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับชนิดของขนม) นำขนมกลับเข้าไปอบอีกครั้ง เป็นระยะเวลานานขึ้น (ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาของขนม) สังเกตสีและผิวสัมผัสของขนมจนได้ความกรอบและสีที่ต้องการ
  4. พักให้เย็นอีกครั้ง: เมื่ออบครั้งที่สองเสร็จแล้ว นำขนมออกจากเตาและพักบนตะแกรงให้เย็นสนิทอีกครั้ง ความกรอบของขนมจะเพิ่มขึ้นเมื่อเย็นตัวลง

เคล็ดลับสำคัญเพื่อความสำเร็จในการทำ Double Baking

  • พักขนมให้เย็นสนิทหลังอบครั้งแรก: ห้ามข้ามขั้นตอนนี้ เพราะการอบครั้งที่สองบนขนมที่ยังอุ่นอยู่จะทำให้ผิวไม่กรอบเท่าที่ควร
  • ใช้อุณหภูมิต่ำในการอบครั้งที่สอง: การใช้อุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้ผิวขนมไหม้ก่อนที่ความชื้นภายในจะระเหยออกหมด
  • สังเกตสีและผิวสัมผัสอย่างใกล้ชิดในการอบครั้งที่สอง: ระยะเวลาในการอบครั้งที่สองอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเตาอบและชนิดของขนม หมั่นสังเกตสีและผิวสัมผัสจนได้ความกรอบที่ต้องการ
  • การวางขนมบนตะแกรง: ทั้งหลังการอบครั้งแรกและครั้งที่สอง ควรวางขนมบนตะแกรงเพื่อให้ลมถ่ายเทได้สะดวก ช่วยให้ขนมเย็นลงอย่างรวดเร็วและป้องกันไม่ให้ก้นขนมนิ่ม
  • ปรับเวลาและอุณหภูมิตามชนิดของขนม: ขนมแต่ละชนิดอาจต้องการอุณหภูมิและเวลาในการอบครั้งที่สองที่แตกต่างกัน ทดลองและปรับให้เหมาะสมกับสูตรของคุณ

ข้อควรระวัง

  • ขนมบางชนิดที่ไม่ต้องการความกรอบมากนัก อาจไม่เหมาะกับการทำ Double Baking เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสแข็งกระด้างเกินไป
  • ระยะเวลาในการอบรวมอาจนานกว่าการอบเพียงครั้งเดียว ดังนั้นควรเผื่อเวลาในการทำขนมด้วยเทคนิคนี้

สรุป

เทคนิค Double Baking เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์ขนมอบที่มีผิวสัมผัสกรอบนอกนุ่มในได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าจะมีขั้นตอนเพิ่มเติม แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้กับสูตรขนมโปรดของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความอร่อยที่เหนือกว่าเดิม!

Sorry, no related posts found.