331 Silom Rd, Bangrak, Bangkok

10.00AM - 06.00PM MONDAY TO FRIDAY

FOLLOW US:

DROP US A EMAIL:

info@totalnoms.com

ANY QUESTIONS? CALL US:

+ 66 2 235-1918

การทำอาหารแบบ Sous Vide
21, May 2025
การทำอาหารแบบ Sous Vide: เทคโนโลยีที่ทำให้เนื้อนุ่มและรสชาติเข้มข้น

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกอณูของชีวิต แม้แต่ในครัวเรือนก็ยังมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำอาหาร Sous Vide (ซูวี) คือหนึ่งในเทคนิคการทำอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักชิมและเชฟมืออาชีพทั่วโลก ด้วยความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ ทำให้วัตถุดิบทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์ มีความนุ่มละมุน รสชาติเข้มข้น และคงคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างยอดเยี่ยม บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับการทำอาหารแบบ Sous Vide ตั้งแต่หลักการทำงาน ไปจนถึงข้อดีและเทคนิคการนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้คุณสามารถรังสรรค์เมนูโปรดได้อย่างเชี่ยวชาญ

Sous Vide คืออะไรและทำงานอย่างไร?

Sous Vide เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ภายใต้สุญญากาศ” ซึ่งอธิบายถึงหลักการสำคัญของเทคนิคนี้ได้อย่างชัดเจน โดยมีขั้นตอนการทำอาหารดังนี้:

  1. การซีลสุญญากาศ: ขั้นตอนแรกคือการนำวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ปลา ผัก หรือผลไม้ ใส่ลงในถุงพลาสติกสำหรับอาหารที่ทนความร้อนสูง จากนั้นใช้เครื่องซีลสุญญากาศดูดอากาศออกจากถุงจนหมด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอกและช่วยให้วัตถุดิบสัมผัสกับความร้อนได้อย่างทั่วถึง
  2. การควบคุมอุณหภูมิในอ่างน้ำ: นำถุงวัตถุดิบที่ซีลแล้วไปแช่ในอ่างน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างคงที่และแม่นยำ โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Immersion Circulator หรือ Sous Vide Cooker ซึ่งทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ตามที่ตั้งค่าไว้ตลอดระยะเวลาการปรุงอาหาร อุณหภูมิที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของวัตถุดิบและระดับความสุกที่ต้องการ
  3. การปรุงอาหารเป็นเวลานาน: วัตถุดิบจะถูกปรุงในอ่างน้ำเป็นระยะเวลานานกว่าการทำอาหารแบบปกติ ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงข้ามวัน ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของวัตถุดิบ รวมถึงความนุ่มที่ต้องการ การปรุงด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นเวลานานนี้เองที่ทำให้เนื้อสัตว์เปื่อยนุ่มอย่างทั่วถึง โดยไม่สูญเสียความชุ่มฉ่ำ

หลังจากปรุงด้วย Sous Vide จนได้ความสุกที่ต้องการแล้ว วัตถุดิบมักจะถูกนำไป “Searing” หรือ “Sear-Finishing” เพิ่มเติม ซึ่งก็คือการนำไปจี่บนกระทะร้อนๆ หรือย่างด้วยอุณหภูมิสูงในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อสร้างสีสันสวยงามและผิวสัมผัสที่น่ารับประทาน เนื่องจากเทคนิค Sous Vide เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ผิวอาหารไม่เกิดปฏิกิริยา Maillard ที่ให้สีน้ำตาลทองและกลิ่นหอมน่ากิน

ข้อดีของการทำอาหารแบบ Sous Vide

การทำอาหารแบบ Sous Vide มีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นหลายประการ ทำให้เป็นที่นิยมทั้งในครัวเรือนและร้านอาหารระดับโลก:

  • ความสุกที่สมบูรณ์แบบและสม่ำเสมอ: ด้วยการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ ทำให้วัตถุดิบสุกทั่วถึงทั้งชิ้น ตั้งแต่ขอบนอกไปจนถึงแกนกลาง ไม่มีการสุกเกินไปบริเวณขอบ หรือยังดิบอยู่ด้านใน เหมือนการปรุงด้วยวิธีอื่น
  • เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน: อุณหภูมิต่ำและคงที่ช่วยให้โปรตีนในเนื้อสัตว์ไม่แข็งกระด้าง แต่กลับอ่อนตัวลงอย่างช้าๆ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นราวกับละลายในปาก
  • รสชาติเข้มข้นและคงคุณค่า: การซีลสุญญากาศช่วยกักเก็บน้ำและรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบไว้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ไม่สูญเสียรสชาติและกลิ่นหอมไปกับไอน้ำ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่อาจสลายไปเมื่อโดนความร้อนสูง
  • ลดการสูญเสียน้ำหนัก: การทำอาหารแบบดั้งเดิมมักทำให้เนื้อสัตว์สูญเสียน้ำหนักไปจากการหดตัวและการระเหยของน้ำ แต่ Sous Vide ช่วยลดการสูญเสียนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ความสะดวกสบายและความยืดหยุ่น: ผู้ปรุงสามารถเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าและนำไปแช่ในอ่างน้ำได้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเสิร์ฟ เพียงนำมาจี่หรือย่างเล็กน้อยก็พร้อมเสิร์ฟ ทำให้ประหยัดเวลาและเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเตรียมอาหาร
  • ปลอดภัยจากอาหารสุกๆ ดิบๆ: การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำช่วยให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ จะได้รับการปรุงที่อุณหภูมิที่เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อโรค ทำให้ปลอดภัยต่อการบริโภค

การประยุกต์ใช้ Sous Vide ในครัวเรือนและธุรกิจ

เทคนิค Sous Vide ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำสเต๊กเนื้อนุ่มๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบและเมนูที่หลากหลาย:

  • เนื้อสัตว์ทุกชนิด: ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ หรือเนื้อไก่ สามารถนำมาปรุงด้วย Sous Vide เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่มชุ่มฉ่ำและสุกตามระดับที่ต้องการ
  • อาหารทะเล: ปลาและอาหารทะเลอื่นๆ ก็สามารถทำ Sous Vide ได้ดีเช่นกัน เพื่อคงความละเอียดอ่อนของเนื้อสัมผัสและรสชาติที่สดใหม่
  • ไข่: การทำไข่ออนเซ็น หรือไข่ยางมะตูมด้วย Sous Vide จะให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบและสม่ำเสมอทุกครั้ง
  • ผักและผลไม้: การปรุงผักด้วย Sous Vide ช่วยให้ผักยังคงความกรอบ สด และสีสันสวยงาม พร้อมกับรักษาวิตามินและแร่ธาตุไว้
  • ของหวาน: Sous Vide ยังสามารถใช้ทำของหวานบางชนิด เช่น คัสตาร์ด หรือครีมบูเล่ เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม

สรุป

การทำอาหารแบบ Sous Vide เป็นมากกว่าเทคนิคการปรุงอาหารธรรมดา แต่เป็นการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะการทำอาหารเข้าด้วยกัน ช่วยให้เราสามารถรังสรรค์เมนูที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้ ด้วยความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สุกสมบูรณ์แบบ เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน และรสชาติเข้มข้นถึงแก่น ไม่ว่าคุณจะเป็นเชฟมืออาชีพ หรือนักชิมที่หลงใหลในการทำอาหาร การเรียนรู้และลองใช้เทคนิค Sous Vide จะช่วยเปิดโลกแห่งรสชาติและยกระดับประสบการณ์การทำอาหารของคุณไปอีกขั้นอย่างแน่นอน

Sorry, no related posts found.